หลายคนคงจะทราบกันดีว่าโรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่มีการพบบ่อยมากที่สุด โดยผู้ป่วยนั้นไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มคนที่เป็นบ้าหรือเป็นคนไม่ดีแต่อย่างใด แต่เป็นคนที่มีอาการป่วยทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่ต้องการการรักษา เพราะหากปล่อยทิ้งไว้แบบไม่ใยดี ก็อาจทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะคิดสั้น หรือคิดฆ่าตัวตายได้ เนื่องจากมีสถิติได้ระบุไว้ว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้านั้น มักจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้สำเร็จมากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่าเลยทีเดียว วันนี้เราได้นำสาเหตุ อาการ รวมทั้งวิธีการป้องกันโรคซึมเศร้ามาฝากกันค่ะ เพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองให้มีความปลอดภัยจากโรคชนิดนี้ได้นั่นเอง

รู้จักโรคซึมเศร้า เพื่อป้องกันรักษาได้ทันก่อนสาย!

รู้จักโรคซึมเศร้า เพื่อป้องกันรักษาได้ทันก่อนสาย!

สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้านั้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านกรรมพันธุ์ พัฒนาการของจิตใจ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เผชิญ เช่น เจอความเครียดที่หนัก เจอมรสุมชีวิต เจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้หมดกำลังใจ พบกับความสูญเสียคนที่ตัวเองรัก มีปัญหาเรื่องการเงิน หรือแม้แต่การมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดก็ตาม

อาการของโรคซึมเศร้า

1.มีอารมณ์ซึมเศร้าอยู่บ่อยครั้ง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา หรือร่าเริงสดใสแม้จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูงก็ตาม

2.ไม่มีความสนใจในเรื่องของกิจกรรมต่างๆ พูดได้ว่าแทบจะไม่สนใจในทุกกิจกรรมเลยก็ว่าได้

3.มีน้ำหนักที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ เนื่องจากบางคนอาจมีอาการเบื่ออาหาร แต่สำหรับบางคนกลับเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ

4.นอนไม่หลับหรือบางครั้งหลับนานเกินไป

5.มีความกระวนกระวาย อยู่ไม่เป็นสุข หรือบางครั้งก็มีอาการเชื่องช้าลง

6.อ่อนเพลียและไร้เรี่ยวแรง คล้ายกับมีอาการไม่สบายอยู่ตลอดเวลา

7.มักจะมีความรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ค่า เหมือนไม่มีความสำคัญใดๆ กับทุกคน

8.สมาธิลดลงไปจากเดิม มักจะใจลอย และมีความลังเลในการตัดสินใจทุกครั้ง

9.ชอบคิดแต่เรื่องการตาย และบ่อยครั้งก็คิดและพยายามฆ่าตัวตาย

การรักษาโรคซึมเศร้า

สำหรับวิธีการรักษาโรคซึมเศร้านั้น บางครั้งก็ใช้ยาในการรักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งมียาอยู่หลายชนิด ทั้งที่ทำให้รู้สึกง่วงและไม่ง่วง แต่ไม่จัดเป็นยาที่ทำให้เกิดการเสพติดแต่อย่างใด และแน่นอนว่าผู้ป่วยสามารถหยุดยาได้เมื่ออาการกลับมาเป็นปกติ ในส่วนของยานั้นก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาว่าจะต้องให้ยาชนิดใดและระดับไหนกับผู้ป่วยแต่ละราย อีกวิธีการรักษาก็คือการรักษาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยา นั่นก็คือ การพยายามเปลี่ยนความคิดของผู้ป่วยให้กลับมาเห็นคุณค่าในตัวเอง รู้สึกถึงการมีคุณค่าต่อทุกๆ คน และหมั่นเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ อย่าง การนั่ง นอน เฉยๆ ในบ้าน ให้หันมาเดินดูสิ่งรอบตัวนอกบ้าน อาจจะช่วยทำให้จิตใจรู้สึกสดชื่นและสดใสมากขึ้น

สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการที่เข้าข่ายการเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำให้ลองเปลี่ยนพฤติกรรมที่มักทำให้รู้สึกไม่ดี ให้หันกลับมาสนใจในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ตัวเองมีความสุขและรู้สึกอยากเดินหน้าต่อไปกันค่ะ เพื่อที่อาการดังกล่าวจะค่อยๆ หายไปนั่นเอง